- AIS ประสบความสำเร็จในการเปลี่ยนผ่านระบบโครงข่ายหลัก (Backbone Network) สำหรับภาครัฐและองค์กรธุรกิจ โดยอัปเกรดแบบไร้รอยต่อ มั่นใจให้บริการตลอดกระบวนการได้ไหลลื่นไม่มีสะดุด
- การอัพเกรดระบบที่ไร้รอยต่อช่วยให้ AIS สามารถรองรับการให้บริการได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ทั้งในส่วนของวงจรเช่าส่วนบุคคล (Enterprise Private Lines), การเชื่อมต่อระบบคลาวด์ (Cloud Interconnection) และการเชื่อมต่อศูนย์ข้อมูล (Data Center Connectivity) พร้อมยกระดับขีดความสามารถในการให้บริการและตอกย้ำความเป็นผู้นำในตลาด
แซดทีอี คอร์ปอเรชัน (ZTE Corporation) ผู้ให้บริการโซลูชันเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารแบบบูรณาการชั้นนำระดับโลก ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญในการย้ายระบบบริการครั้งแรกและการเปิดใช้งานบริการอัตโนมัติ บนโครงข่ายหลัก (Backbone Network)สำหรับภาครัฐและองค์กรยุคใหม่ของ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ AIS โดยความสำเร็จในครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญของความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีในด้านเครือข่าย IP สำหรับภาครัฐและองค์กร ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและบริการของ AIS อย่างมีนัยสำคัญ พร้อมทั้งวางรากฐานที่มั่นคงสำหรับการทำดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันขององค์กรและการผสานรวมโครงข่ายคลาวด์ (Cloud-Network Convergence) ในประเทศไทย
ความต้องการของอุตสาหกรรมที่เปลี่ยนไป ผลักดันให้ AIS ลุยอัปเกรดเครือข่ายภาครัฐและองค์กรอย่างเป็นระบบ
เมื่อเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทยเติบโตอย่างรวดเร็ว องค์กรต่าง ๆ จึงมีความต้องการใช้งานคลาวด์ การทำเครือข่ายข้ามภูมิภาค และการเชื่อมต่อระหว่างดาต้าเซ็นเตอร์มากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งสถานการณ์เหล่านี้จำเป็นต้องใช้เครือข่ายที่มีความจุสูงขึ้น มีประสิทธิภาพการรับส่งข้อมูลที่ดีขึ้น มีความเสถียรและระบบการจัดสรรที่ยืดหยุ่น ดังนั้น เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับบริการฝั่งภาครัฐและองค์กร AIS จึงได้จับมือกับ ZTE เพื่ออัปเกรดและเปลี่ยนผ่านระบบโครงข่ายหลัก (Backbone Network) ในครั้งนี้
ความร่วมมือแบบฟูลสแต็ก สู่การสร้างเครือข่ายอัจฉริยะที่มีประสิทธิภาพสูง
เพื่อตอบโจทย์การอัปเกรดธุรกิจ AIS ได้เลือกใช้โซลูชัน HI‑IPNet ของ ZTE ซึ่งขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงอย่างครอบคลุมตั้งแต่แพลตฟอร์มฮาร์ดแวร์ สถาปัตยกรรมเครือข่าย ไปจนถึงการดำเนินงานอัจฉริยะ สิ่งนี้ช่วยให้ AIS สามารถสร้างระบบเครือข่าย IP สำหรับภาครัฐและองค์กรที่ทันสมัย ซึ่งมีความจุสูงมาก มีความยืดหยุ่นสูง การดูแลระบบ (O&M) ที่ง่ายขึ้น และรองรับการขยายตัวในระยะยาว เพื่อปลดล็อกมูลค่าทางธุรกิจในทุกมิติ
ความจุสูงเป็นพิเศษพร้อมการขยายระบบที่ราบรื่น ช่วยปกป้องการลงทุนในระยะยาว AIS ได้ติดตั้งเราเตอร์ซีรีส์ ZXR10 M6000-SE ในส่วนของ Core, Edge และ Interconnection Nodes โดยแต่ละสล็อต (Slot) รองรับความเร็วในการส่งต่อข้อมูล (Forwarding Capacities) สูงถึง 3.6 Tbps, 7.2 Tbps หรือ 14.4 Tbps ซึ่งไม่เพียงแต่ตอบสนองความต้องการด้านทราฟฟิกในปัจจุบันเท่านั้น แต่ยังรองรับการเติบโตในอนาคต ทำให้ไม่ต้องลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานซ้ำซ้อน
การจัดสรรที่แม่นยำและการขนส่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือสูง สร้างความภักดีต่อแบรนด์ เครือข่ายนี้ได้รวมเทคโนโลยี Segment Routing เข้ากับ MPLS Data Plane (SR-MPLS), Flexible Algorithm (Flex-Algo) และ Ethernet Virtual Private Network (EVPN) ทำให้สามารถจัดสรรทรัพยากรได้อย่างแม่นยำ ส่งผลให้ AIS สามารถส่งมอบบริการที่ปลอดภัยและไม่หยุดชะงักสำหรับลูกค้าที่มีมูลค่าสูงในกลุ่มการเงิน คลาวด์ และการผลิต ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความภักดีของลูกค้า
ระบบดูแลเครือข่ายอัตโนมัติเต็มรูปแบบ ช่วยเร่งให้เปิดบริการได้เร็วขึ้น ด้วยการใช้แพลตฟอร์มการจัดการ ZENIC ONE R22 ทำให้ AIS สามารถจัดการระบบจากส่วนกลาง (Centralized Orchestration) เปิดใช้งานได้ในคลิกเดียว และมองเห็นภาพรวมทั่วทั้งเครือข่าย (Full Lifecycle Visualization) ของบริการภาครัฐและองค์กร จากเดิมที่ต้องกำหนดค่าด้วยตนเองแบบซับซ้อน ก็ถูกแทนที่ด้วยระบบอัตโนมัติ ซึ่งช่วยลดเวลาในการส่งมอบบริการสายวงจรเช่าส่วนบุคคลสำหรับองค์กร การเชื่อมต่อคลาวด์ และบริการอื่น ๆ ได้อย่างมาก ผลลัพธ์ที่ได้คือ ความซับซ้อนในด้าน O&M และต้นทุนโดยรวมลดลงอย่างเห็นได้ชัด ช่วยให้ AIS ตอบสนองต่อตลาดได้อย่างคล่องตัวยิ่งขึ้น และเปลี่ยนความสามารถของเครือข่ายให้เป็นรายได้ทางธุรกิจได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
การย้ายระบบบริการที่ไร้รอยต่อ ยกระดับขีดความสามารถสู่ขั้นสุด ในระหว่างการดำเนินโครงการนี้ ทีมเทคนิคของ AIS และ ZTE ได้ทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด โดยควบคุมความเสี่ยงในการปฏิบัติงานอย่างเข้มงวด เพื่อให้มั่นใจว่าโครงข่ายจะทำงานได้อย่างราบรื่นในขณะที่ดำเนินการติดตั้งได้อย่างมีประสิทธิภาพ ความสำเร็จนี้พิสูจน์ให้เห็นถึงความสามารถในการปรับตัวของโซลูชันให้เข้ากับสถานการณ์จริง และศักยภาพในการส่งมอบงานร่วมกันของทั้งสองฝ่าย และด้วยระบบเครือข่ายที่ได้รับการอัปเกรดใหม่นี้ บริการหลักของ AIS สำหรับภาครัฐและองค์กร เช่น สายวงจรเช่าส่วนบุคคลสำหรับองค์กร การเชื่อมต่อคลาวด์ และการเชื่อมต่อดาต้าเซ็นเตอร์ จะได้รับการสนับสนุนอย่างแข็งแกร่ง ซึ่งเป็นการยกระดับความสามารถในการบริการโดยรวมไปอีกขั้น สิ่งนี้ช่วยตอกย้ำความเป็นผู้นำของ AIS ในตลาดโทรคมนาคมสำหรับภาครัฐและองค์กรในประเทศไทย และถือเป็นก้าวใหม่ของความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นระหว่างทั้งสองบริษัทในด้านโครงข่าย IP Core
ในอนาคตข้างหน้า AIS และ ZTE จะยังคงเดินหน้ากระชับความร่วมมือในด้านการผสานรวมโครงข่ายคลาวด์, เครือข่ายพรีเมียม IP และนวัตกรรม 5G สำหรับองค์กร เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างยั่งยืนในประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต่อไป
เกี่ยวกับ ZTE:
ZTE เชื่อมต่อโลกด้วยนวัตกรรมที่พัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่ออนาคตที่ดีกว่า บริษัทนำเสนอเทคโนโลยีที่เป็นนวัตกรรมและโซลูชันแบบครบวงจร โดยมีพอร์ตโฟลิโอครอบคลุมทั้งเครือข่ายการสื่อสาร โครงสร้างพื้นฐานด้านการประมวลผล โซลูชันดิจิทัลสำหรับอุตสาหกรรม รวมถึงสมาร์ทเทอร์มินอลสำหรับส่วนบุคคลและในบ้าน ZTE ให้บริการแก่ประชากรถึง 1 ใน 3 ของโลก โดยมุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำระดับโลกในด้านการเชื่อมต่อและการคำนวณอัจฉริยะ เพื่อให้เกิดการสื่อสารและความไว้วางใจในทุกหนแห่ง ทั้งนี้ ZTE จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ทั้งฮ่องกงและเซินเจิ้น www.zte.com.cn/global
ติดตาม ZTE ได้ที่:
Facebook: www.facebook.com/ZTECorp
X: www.x.com/ZTEPress
LinkedIn: www.linkedin.com/company/zte
YouTube: www.youtube.com/@ZTECorporation
สื่อมวลชน ติดต่อสอบถามได้ที่ : ZTE Corporation Communications
อีเมล: ZTE.press.release@zte.com.cn